ภายหลังการผ่าตัดกระดูกหักหรือการใส่เฝือกประคองแนวกระดูกเป็นระยะเวลา 4-8 สัปดาห์ เมื่อวันที่ถอดเฝือกออก คนไข้เกือบทุกรายมักต้องเผชิญกับความรู้สึกตกใจว่า "ทำไมข้อข้อมือ ข้อศอก หรือข้อเท้าจุดที่ใส่เฝือกถึงขยับไม่ได้เลย แข็งเกร็ง และปวดแปลบเหมือนมีตะปูตรึงอยู่" ภาวะนี้เรียกว่า "ข้อติดหลังถอดเฝือก" (Post-cast stiffness) ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการหยุดเคลื่อนไหวข้อต่อนานจนพังผืดเข้ามาเกาะยึดและเส้นใยกล้ามเนื้อหดสั้นลงอย่างรุนแรง การบำบัดหลังถอดเฝือกจึงมีความสำคัญเท่าเทียมกับขั้นตอนรักษากระดูกหัก

อาการเด่นที่พบบ่อย

  • ขยับเหยียดหรือพับงอข้อต่อข้างที่เคยใส่เฝือกไม่ได้เต็มองศาเหมือนอีกข้าง
  • รู้สึกตึงรั้งรุนแรงรอบเส้นเอ็นและรอบผิวสัมผัสข้อต่อเวลาฝืนขยับข้อมือ/ข้อเท้า
  • มีอาการบวม ระบม หรือแดงร้อนขึ้นมาเมื่อพยายามเคลื่อนไหวขยับร่างกาย
  • กล้ามเนื้อรอบข้างลีบลงและไม่มีกำลังแรงบีบแรงผลักหยิบจับของ

สาเหตุที่เป็นไปได้และปัจจัยเสี่ยง

  • การฟอร์มตัวของพังผืดคอลลาเจนยึดเหนี่ยวเกาะแน่นรอบแคปซูลเยื่อหุ้มข้อต่อในขณะไม่มีการขยับ
  • การสูญเสียความยืดหยุ่นและความยาวของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ
  • การสะสมคั่งของของเหลวและสารอักเสบในข้อต่อหลังระบบไหลเวียนทำงานลดลงใต้เฝือก

แนวทางรักษาบำบัดทางกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัดจะเริ่มด้วยการประเมินแนวกระดูกจากฟิล์มเอกซเรย์เพื่อยืนยันว่ากระดูกเชื่อมต่อกันสมบูรณ์ดี จากนั้นจะประคบความร้อนลึกและคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ลดความหนืดหนืดรอบข้อต่อ แล้วใช้วิธีหัตถการยืดเหยียดดัดดึง (Manual Passive Range of Motion) ค่อยๆ ยืดเยื่อหุ้มข้อและเอ็นเกาะอย่างนุ่มนวลเป็นระบบ ร่วมกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อลีบฝ่อ และสอนออกกำลังกายขยับข้อต่อเองแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อความปลอดภัย