หลายท่านมักพบกับความทรมานกวนใจของอาการ "ก้าวแรกของวันก้าวลงเตียงแล้วปวดแปลบใต้ส้นเท้าจนหน้าเหยเก" อาการนี้เป็นสัญญาณชัดเจนของโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "โรครองช้ำ" (Plantar Fasciitis) ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บและอักเสบซ้ำซากของแถบพังผืดเหนียวที่พยุงอุ้งเท้าด้านล่าง เนื่องจากเป็นบริเวณที่ต้องแบกรับแรงกระแทกของสรีระตัวเราตลอดเวลา การรักษาพังผืดใต้ฝ่าเท้าจึงต้องเข้าใจสรีระกลศาสตร์การรับแรงเป็นสำคัญ

อาการเด่นที่พบบ่อย

  • ปวดแปลบคล้ายถูกหนามเจาะบริเวณส้นเท้าเมื่อเริ่มต้นลงน้ำหนักเท้าครั้งแรกของวัน
  • อาการปวดอาจดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเดินไปสักระยะ แต่จะกลับมาปวดระบมหนักช่วงบ่าย ยืน หรือหลังจากนั่งพักนาน
  • กดเจ็บชัดเจนบริเวณกึ่งกลางใต้ฝ่าเท้าค่อนมาทางหน้าส้นเท้า
  • ตึงน่องและเอ็นร้อยหวายสะสมร่วมด้วยอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุที่เป็นไปได้และปัจจัยเสี่ยง

  • การยืน เดิน หรือวิ่งระยะไกลสะสมบนพื้นถนนคอนกรีตแข็งเป็นเวลานาน
  • ลักษณะสรีระอุ้งเท้าแบน (Flat feet) หรืออุ้งเท้าโก่งสูงเกินไป ทำให้การกระจายแรงฝ่าเท้าผิดปกติ
  • กล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายตึงรั้ง ดึงรั้งพังผืดอุ้งเท้าให้ตึงตัวตามไปด้วยตลอดเวลา
  • การเลือกสวมใส่รองเท้าที่พื้นบางเกินไปหรือไม่มีความยืดหยุ่นซัพพอร์ตส้นเท้าที่ดีพอ

แนวทางรักษาบำบัดทางกายภาพบำบัด

กายภาพบำบัดจะทำการรักษาตรงจุดอักเสบเรื้อรังด้วยคลื่นกระแทก Radial Shockwave ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการหลั่งสารซ่อมแซมเซลล์ขึ้นใหม่และสลายพังผืดเกาะยึด ร่วมกับการลดปวดตึงด้วยอัลตราซาวนด์บำบัด และนักกายภาพบำบัดจะสอนเทคนิคการคลึงฝ่าเท้าด้วยลูกบอลเพื่อคลายตึง ท่าบริหารยืดเหยียดน่อง และปรับระบบสรีระเท้าเพื่อกระจายน้ำหนักลงเท้าที่สมดุล