อาการปวดเข่าจากการวิ่งพบได้ทั้งนักวิ่งใหม่และนักวิ่งที่ซ้อมมานาน สาเหตุจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนภาระเร็วเกินกว่าร่างกายจะปรับตัว เช่น เพิ่มระยะ เพิ่มความเร็ว หรือเพิ่มทางชันพร้อมกัน
การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากดูตารางซ้อมและความสามารถของร่างกาย ไม่ใช่รีบสรุปว่าเข่าเสื่อมหรือรองเท้าผิดเพียงอย่างเดียว
ทบทวน 2-4 สัปดาห์ก่อนเริ่มปวด
ลองดูว่ามีการเพิ่มระยะ ความเร็ว จำนวนวัน หรือเปลี่ยนพื้นวิ่งหรือรองเท้าหรือไม่ การเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันเป็นเบาะแสสำคัญ
สะโพกและข้อเท้ามีผลต่อเข่า
แรงและการควบคุมของสะโพก น่อง และเท้าช่วยจัดการแรงกระแทก หากส่วนหนึ่งล้า เข่าอาจรับภาระมากขึ้น
ปรับโหลดให้ยังคงความฟิต
อาจลดระยะหรือความเร็วชั่วคราว สลับปั่นจักรยานหรือกิจกรรมที่อาการรับได้ เพื่อรักษาความฟิตขณะค่อย ๆ ฟื้นกำลัง
กลับไปวิ่งด้วยเกณฑ์ ไม่ใช่ความรู้สึกอย่างเดียว
ดูว่าการเดินเร็ว ขึ้นลงบันได สควอต และกระโดดเบา ๆ ทำได้โดยอาการไม่เพิ่มต่อเนื่องหรือไม่ ก่อนเพิ่มการวิ่งทีละขั้น
อาการบวม ล็อก หรืออุบัติเหตุต้องประเมิน
เข่าที่บวมมาก ล็อก เหยียดไม่ได้ หรือเจ็บหลังบิดรุนแรงควรได้รับการตรวจเพื่อคัดกรองโครงสร้างก่อนวางแผนกลับไปวิ่ง
ควรพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อไหร่
หากเข่าบวมมาก ล็อก เหยียดไม่ได้ ลงน้ำหนักไม่ได้หลังอุบัติเหตุ หรือมีข้อแดงร้อนร่วมกับไข้ ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy / PubMed: Patellofemoral Pain Clinical Practice Guideline
เอกสารอ้างอิงใช้ประกอบข้อมูลเพื่อการให้ความรู้ทั่วไป การประเมินและการรักษาจริงต้องพิจารณาอาการและบริบทของแต่ละบุคคล
หมายเหตุความปลอดภัยทางการแพทย์ (Medical Disclaimer)
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคหรือทดแทนการตรวจประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการรุนแรง ชา อ่อนแรง ปวดมากผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
มีอาการปวดหรือเคลื่อนไหวติดขัด?
เริ่มจากการประเมินโดยนักกายภาพบำบัด เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะกับคุณ